หลายคนที่เป็นสิวอักเสบ และยังไม่ได้เข้ารับการรักษา ต้องบอกว่าใครที่มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่ขึ้นเกิน 5 เม็ดขึ้นไป จะจัดอยู่ในกลุ่มร้ายแรงนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วทางที่ดีที่สุด คือการเข้ารับการรักษาจากคุณหมอครับ
แต่ถ้าใครยังกลัวอยู่วันนี้จะมาแนะนำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่คุณหมอมักจะจ่ายให้กินเพื่อยับยั้งการเกิดสิวใหม่ และรักษาสิวเก่ากันครับ อย่างน้อยรู้ไว้จะได้รู้ว่าคุณหมอจะรักษาเรายังไง จะได้มีพลังในการรักษามากขึ้นครับ
แต่ใดๆก็ตามยาทุกอย่างต้องกินตามที่หมอสั่งจ่ายเท่านั้นนะครับ เพราะยามีหลายแบบ หลายขนาด และมีผลข้างเคียงครับ
ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ใช้รักษาสิว เช่น ยากลุ่ม Tetracyclines (เช่น Doxycycline, Minocycline) หรือ ยากลุ่ม Macrolides (เช่น Erythromycin) ทำงานในร่างกายผ่านกระบวนการที่มีผลต่อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการอักเสบในสิว เช่น Cutibacterium acnes (C. acnes) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เจริญเติบโตในรูขุมขน ต่อไปนี้คือกระบวนการที่ยาเหล่านี้ทำงานในร่างกายครับ
- การดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือด
- เมื่อรับประทานยาเข้าไป ยาจะผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก โดยถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านผนังลำไส้
- ยาบางชนิด เช่น Doxycycline มีการดูดซึมที่ดีหากรับประทานพร้อมน้ำเปล่า และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลเซียมหรือเหล็กสูง เพราะอาจรบกวนการดูดซึมยา
- การกระจายตัวในร่างกาย
- หลังจากยาถูกดูดซึม ยาจะกระจายไปตามกระแสเลือดและเข้าสู่เนื้อเยื่อที่มีการอักเสบ เช่น รูขุมขนหรือบริเวณที่มีสิวอักเสบ
- การยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
- ยาฆ่าเชื้อจะเข้าสู่เซลล์ของแบคทีเรียและรบกวนกระบวนการทำงานต่างๆ เช่น:
- Tetracyclines: ยากลุ่มนี้จะยับยั้งการสร้างโปรตีนของแบคทีเรียโดยจับกับไรโบโซม (Ribosome) ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ได้
- Macrolides: ยากลุ่มนี้ก็ยับยั้งการสร้างโปรตีนของแบคทีเรียเช่นกัน แต่จะจับที่บริเวณอื่นของไรโบโซม
- ลดการอักเสบในรูขุมขน
- แบคทีเรีย C. acnes มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการอักเสบของผิวหนัง โดยมันจะปล่อยสารที่กระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น ไซโตไคน์ (Cytokines) ให้ทำงานเกินความจำเป็น
- ยาฆ่าเชื้อสามารถลดจำนวนแบคทีเรีย C. acnes ในรูขุมขน ทำให้การอักเสบลดลง
- การลดการผลิตไขมัน (ผลทางอ้อม)
- เมื่อการอักเสบในรูขุมขนลดลง ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมัน (Sebum) น้อยลงในบริเวณที่เคยมีสิวอักเสบ
- การลดน้ำมันในรูขุมขนช่วยลดปัจจัยที่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต
- การกำจัดยาออกจากร่างกาย
- หลังจากยาได้ออกฤทธิ์แล้ว ตัวยาจะถูกเผาผลาญในตับและขับออกทางไต (ปัสสาวะ) หรือลำไส้ (อุจจาระ) ขึ้นอยู่กับชนิดของยา
- ระยะเวลาที่ตัวยาคงอยู่ในร่างกาย (Half-life) จะกำหนดความถี่ในการรับประทาน
ข้อควรระวัง
- การดื้อยา: หากใช้ยาฆ่าเชื้อในระยะยาวหรือใช้ไม่ถูกต้อง แบคทีเรียอาจพัฒนาความต้านทานต่อยา (Antibiotic resistance)
- ผลข้างเคียง: เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ ผื่นแพ้แสง หรือการติดเชื้อราในช่องปากหรือช่องคลอดจากการเปลี่ยนแปลงสมดุลจุลชีพ
คำแนะนำในการใช้ยา
- ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการหยุดยาเองแม้ว่าสิวจะดีขึ้นแล้ว
- ปรับการรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มการดูดซึมยา เช่น หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์นมเมื่อใช้ Tetracyclines
- ใช้ควบคู่กับการดูแลผิว เช่น การทำความสะอาดใบหน้าอย่างเหมาะสม
ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการของการรักษาด้วยยากินนะครับ ใครที่เริ่มจะมองเห็นหนทางการรักษาแล้ว ก็เข้าไปให้คุณหมอประเมิน และเตรียมหน้าใสไปพร้อมกันได้เลยครับ
ส่วนใครที่หน้าใสอยู่แล้ว ลองหันมามองหวยออนไลน์บ้างก็ได้นะครับ ไม่ใช่อะไรตรงนี้ขายของเน้นๆครับ เราเป็นแพลตฟอร์มขายหวยออนไลน์นะครับ หวยไทย หวยต่างประเทศ อเมริกา จีน ไต้หวัน มีหมดครับ ลองเข้ามาดูก่อนได้ที่ : Globallotto ครับ